ปรัชญา ปิ่นแก้ว กำกับภาคต้น ให้หนังจากวิดีโอเกม Tekken

บริษัทสร้างหนังคริสตัล สกาย พิคเจอร์ส ได้ประกาศโครงการหนังสร้างหนังในอนาคตที่เทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อไม่กี่วันมานี้ครับ ซึ่งหนึ่งในโครงการทั้งหมดก็มีภาคต้นของหนังจากวิดีโอเกมเรื่อง Tekken รวมอยู่ด้วย แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือได้วางตัวผู้กำกับปรัชญา ปิ่นแก้ว จาก “องค์บาก” และ “ต้มยำกุ้ง” ให้มาเป็นผู้กำกับครับ

ตามรายงานของเดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์ บอกว่าภาคต้นของหนังจากวิดีโอเกมที่ว่านี้จะใช้ชื่อว่า Tekken: Rise of the Tournament และมีแผนที่จะใช้นักแสดงที่หน้าตาเหมือนตัวละครจากในเกมมารับบทมากกว่าใช้นักแสดงที่มีชื่อเสียง ผมไม่คุ้นกับเกมนี้เท่าไหร่ แต่หวังว่าจะมีตัวละครที่เป็นนักสู้ชาวไทยอยู่ในนั้นด้วย เผื่อผู้กำกับปรัชญาจะเลือกนักแสดงไทยไปรับบท และถ้าจะให้ดีกว่านั้น เลือกคุณพันนา ฤทธิ์ไกร ไปกำกับคิวบู๊ด้วย

คริสตัล สกาย ยังหาผู้จัดจำหน่ายในสหรัฐไม่ได้ แต่ก็คาดหวังว่าหนังน่าจะมีโอกาสได้ออกฉายตามโรงในสหรัฐ ไม่เหมือน Tekken ภาคแรกที่ออกฉายในรูปแบบของวิดีโอที่สหรัฐในปี 2010 เช่นเดียวกับ White Elephant หนังฮอลลีวู้ดเรื่องแรกของผู้กำกับปรัชญาที่ออกฉายในรูปแบบดีวีดีในสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว

Tekken ภาคแรกนั้นมีจอน ฟู นักแสดงหนุ่มเชื้อสายอังกฤษที่เล่นใน “ต้มยำกุ้ง” ด้วย มารับบทเป็นจิน คาซามา นักสู้ที่เข้าสู่สังเวียนประลองยุทธเพื่อแก้แค้นให้แก่แม่ หนังกำกับโดยดไวท์ เอช. ลิตเติล ผู้กำกับชาวอเมริกันซึ่งเคยผ่านงานหนังซีรี่ส์อย่าง 24 และ Prison Break มาก่อน และแม้ว่าหนังจะฉายในรูปแบบดีวีดีในสหรัฐ แต่ก็มีโอกาสฉายโรงในบางประเทศ เช่นญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ ครับ

ขอบคุณ Nattapong ที่แนะนำข่าวนี้ครับ

Kick-Ass 2 ได้ผู้กำกับจาก Cry Wolf

ดูเหมือนว่าหนัง Kick-Ass 2 จะเกิดขึ้นแน่ๆ และเร็วกว่าที่เราคิดด้วยครับ แต่ไม่ใช่ในอย่างที่เราคาดกันเท่าไหร่ เพราะเดดไลน์รายงานว่ายูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส มีแผนที่จะเปิดกล้องหนังให้เร็วที่สุดในปีนี้ โดยให้เจฟฟ์ แวดโลว์ จาก Cry Wolf และ Never Back Down มารับหน้าที่กำกับครับ

แวดโลว์นั้นได้เขียนบทหนังภาคต่อเรื่องนี้ไปแล้ว ส่วนการกำกับนั้นยังอยู่ในขั้นตอนเจรจาอยู่ ซึ่งคงไม่ยุ่งยากอะไรมาก เพราะเขาเป็นผู้เขียนบทอยู่แล้ว

การเจรจานั้นยังรวมถึงกับนักแสดงชุดเดิมของหนังอย่างแอรอน จอห์นสัน, โคลอี้ มอเรทซ์ และ คริสโตเฟอร์ มินท์-แพลสส์ ด้วย เพราะทั้งสามเซ็นสัญญาไว้แค่ภาคเดียว เมื่อมีภาคต่อก็ต้องเจรจากันใหม่ และยูนิเวอร์แซลอาจต้องรีบหน่อยเพราะตั้งใจจะเปิดกล้องให้ได้ในสิงหาคมนี้

ลิขสิทธิ์หนังภาคแรกอยู่ที่ไลออนเกต แต่ตอนนี้เปลี่ยนมือกลับไปอยู่ที่ผู้กำกับแมทธิว วอห์น แล้ว และวอห์นก็จะมารับหน้าที่อำนวยการสร้างเท่านั้น เพราะเขายังต้องยุ่งกับการกำกับภาคต่อ X-Men: First Class

เนื้อเรื่องภาคต่อในฉบับนิยายภาพของมาร์ค มิลลาร์ นั้น เป็นเรื่องราวการร่วมมือของคิก-แอส และ ฮิท-เกิร์ล ในการต่อสู้กับเรดมิสต์ ซึ่งกลายมาเป็นผู้ร้ายแบบเต็มตัว แต่ยังไม่แน่ใจว่าบทหนังของแวดโลว์จะคงเนื้อเรื่องเดิมไว้แค่ไหนบ้างหรือจะเป็นการแต่งใหม่ไปเลย คงต้องติดตามต่อไป

เจมส์ คาเมรอน อาจทำ Avatar ถึงภาค 4 และจะยังไม่สร้างหนังเรื่องอื่น

นอกจากการลงไปสำรวจใต้สมุทรทำลายสถิติโลกจนเป็นข่าวเป็นคราวแล้ว ก็คงมีแต่เรื่องโครงการหนังภาคต่อ Avatar เท่านั้นที่เจมส์ คาเมรอน สนใจอยู่ในตอนนี้ครับ และในสัมภาษณ์ล่าสุดที่ให้แก่ NY Times คาเมรอนเปรยๆ ด้วยว่า (นี่อาจทำให้แฟนหนังที่อยากดู Battle Angel เศร้า) เขาอาจทำภาคต่อ Avatar ถึงภาคสี่ครับ

ผมได้แบ่งเวลาของชีวิตใน 16 ปีมานี้ ให้แก่การสำรวจใต้ทะเลลึกและการทำหนัง ผมสร้างหนัง 2 เรื่องใน 16 ปีที่ผ่านมา และทำการสำรวจ 8 ครั้ง ปีที่แล้ว ผมได้ยุบฝ่ายพัฒนาโครงการภาพยนตร์ในบริษัทผลิตภาพยนตร์ของผม ผมจึงไม่สนใจที่จะพัฒนาหนังอะไรใหม่ ผมสนใจสร้าง Avatar อย่างเดียว จบข่าว แค่นั้น ผมกำลังสร้าง Avatar 2, Avatar 3 และอาจมี Avatar 4 และจะไม่อำนวยการสร้างหนังให้ใครด้วย

คาเมรอนอธิบายเหตุผลว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจเช่นนี้ว่า “มันฟังดูแคบนิดหน่อย แต่ประเด็นก็คือ เมื่อผมคิดในอาณาเขตของ Avatar ผมสามารถพูดได้ทุกอย่างที่ผมต้องพูด ที่ผมคิดว่าต้องพูด ในแง่ของสภาวะของโลกแห่งนั้น และสิ่งที่ผมคิดว่าเราควรต้องทำยังไงกับมัน

คาเมรอนมีแผนจะเอาฟุตเตจจากการลงไปสำรวจใต้ทะเลครั้งล่าสุดของเขามาตัดต่อเป็นหนังสารคดีเพื่อออกฉายต้นปีหน้าครับ ส่วน Avatar 2 นั้น ผู้อำนวยการสร้างจอน แลนเดา พูดเมื่อเร็วๆ นี้ว่าเราอาจต้องรอกันถึงปี 2014 ครับ

ผู้กำกับแกรี่ รอส พูดถึงเหตุผลของเทคนิคการถ่ายทำด้วยกล้องมือถือ ใน The Hunger Games

เรื่องหนึ่งที่ผมได้ยินผู้ชมของ The Hunger Games พูดถึงกันมากก็คือเทคนิคการถ่ายภาพด้วยกล้องแฮนด์เฮลด์ที่ทำให้เกิดภาพสั่นไหว หลายคนบ่นที่มันทำให้เวียนหัว แต่โดยส่วนตัวของผมแล้วเห็นว่าเก๋ดีครับ และไม่ได้สั่นขนาดที่จะทำให้ผมเวียนหัวหรือตามเรื่องไม่ได้ สาเหตุที่ผมชอบก็เพราะหนังเรื่องนี้พูดถึงรายการทีวีประเภทเรียลลิตี้โชว์ และไอ้รายการเรียลลิตี้โชว์ส่วนใหญ่ก็ใช้กล้องติดตามถ่ายผู้ร่วมรายการในลักษณะเดียวกันนี้ในบางครั้งครับ หรือไม่ก็ตั้งกล้องไว้เฉยๆ แล้วให้ผู้ร่วมรายการอยู่ในกล้องทำอะไรของเขาไป

ด้วยความบังเอิญ ผมไปเจอการให้สัมภาษณ์ของแกรี่ รอส ผู้กำกับหนังเรื่องนี้พอดีที่ให้ไว้แก่ Collider เกี่ยวกับเหตุผลที่ทำไมเขาจงใจเช่นนั้นครับ ซึ่งรอสบอกว่าเขามีเหตุผลที่จงใจถ่ายแบบโคลสอัพหรือระยะใกล้ “และยังถ่ายทำด้วยกล้องมือถือด้วย และก็มีการใช้เทคนิค vérité ในนั้นเยอะมาก มันอะไรที่จงใจอย่างมาก”

Read more of this post

ตัวอย่างหลุดโลกแบบคมชัดและใบปิดแรกจาก Dark Shadows ของทิม เบอร์ตัน มาแล้ว

ถ้าคุณคิดว่าเดาทาง Dark Shadows ของผู้กำกับทิม เบอร์ตัน ออกแล้ว คุณอาจต้องคิดใหม่หลังจากได้ชมตัวอย่างหนังที่ออนไลน์ที่ Apple ครับ เพราะมันเพี้ยนกว่าที่คิดมาก แต่ก็เพี้ยนในทางดี

เบอร์ตัน กับจอห์นนี่ เดปป์ ขึ้นชื่อในเรื่องการถ่ายทอดตัวละครให้ออกมาดูพิศดารพันลึก บาร์นาบาส คอลลินส์ ตัวละครใหม่ของเดปป์นี้ก็เช่นกัน และแม้ว่าภาพนิ่งจากหนังจะให้โทนว่านี่เป็นดราม่าในบรรยากาศโกธิค ตัวอย่างหนังกลับให้อารมณ์ฮามากกว่าเมื่อบาร์นาบาสที่หลงยุคพยายามปรับตัวให้เข้ากับยุคฮิปปี้ คนแปลซับไตเติ้ลเรื่องนี้จะต้องลำบากอย่างมากในมุขเล่นคำของหนังแน่ๆ เป็นต้นว่า “stone” ที่แคโรลิน (โคลอี้ มอริทซ์) ถามบาร์นาบาสนั้นว่าหมายถึง “เมายา” รึเปล่า แต่บาร์นาบาสเข้าใจว่า “ถูกปาหิน”

ผมยังชอบเพลงดิสโก้ที่ใส่เข้ามาในตัวอย่างหนังด้วยครับ นอกจากให้อารมณ์รื่นเริงแล้วยังสร้างความความขบขันได้อย่างประหลาดเมื่อมันขัดแย้งกับภาพที่เห็น หนังจะเข้าฉายพฤษภาคมนี้ครับ คลิกชมตัวอย่างด้านใน

Read more of this post

เจมส์ คาเมรอน เสี่ยงตาย ดำดิ่งสู่ใต้ทะเลลึกที่สุด

การเป็นผู้กำกับหนังที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลอย่าง Avatar และ Titanic อาจยังไม่หนำใจพอเจมส์ คาเมรอน ครับ ดูเหมือนว่าเขาอยากเป็นมนุษย์คนแรกที่ใช้เรือดำน้ำลงไปใต้ทะเลในส่วนที่ลึกที่สุดของโลกด้วยครับ ตามรายงานของ NY Times

เมื่อพุธที่ผ่านมา เจมส์ เคเมรอน ได้ทดลองใช้แคปซูลดำน้ำขนาดยาว 24 ฟุต ซึ่งเขาตั้งชื่อว่า “ดีปซี ชาเลนเจอร์” (Deepsea Challenger) ดำลึกลงไป 5 ไมล์ใต้ทะเล ที่ร่องลึกก้นสมุทรนิวบริเทน นอกชายฝั่งประเทศปาปัวนิวกินี ทำลายสถิติโลกของพาหนะดำน้ำรุ่นใหม่ที่ญี่ปุ่นที่เคยทำไว้ 4 ไมล์ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการเตรียมตัวที่จะลงไปลึกกว่านั้นในสัปดาห์หน้าครับ ที่คาเมรอนจะดำลงไปใต้น้ำ 7 ไมล์ (หรือราว 11.2 กิโลเมตร) ที่ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาอันเป็นจุดที่ลึกที่สุดของโลก หรือที่เรียกว่า “ชาเลนเจอร์ ดีป” (Challenger Deep) เพื่อพบปะสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดใต้ท้องทะเล เก็บตัวอย่างทางวิทยาศาสตร์ และจะใช้เวลาอยู่ที่นั่นราว 6 ชั่วโมง

เชเลนเจอร์ ดีป เคยถูกลงไปสำรวจมาแล้วครั้งหนึ่งโดยกองทัพเรือสหรัฐ ในปี 1960 ด้วยเรือสำรวจน้ำลึกชื่อว่า “ทรีเอสต์” (Trieste) ซึ่งทหารเรือสองนายที่ลงไปอยู่ใต้นั้นได้นานแค่ 20 นาที เพราะความกดอากาศทำให้กระจกแตก และถ่ายรูปอะไรมาไม่ได้เลย ส่วนพาหนะที่คาเมรอนจะใช้ลงไปนั้นจะมีกล้องติดตั้งเต็มไปหมด  และเขานิยามมันว่าเป็น “ตอร์ปิโดแนวดิ่ง” ที่สามารถขึ้นลงได้เร็ว เพื่อใช้เวลาอยู่ข้างล่างให้ได้นานที่สุด

เราคงโง่หากไม่รู้สึกกลัว แต่ผมเชื่อใจการออกแบบ ผมจะได้ลงไปยังที่ที่ไม่อาจลืมได้ที่สุดในโลก” คาเมรอนบอกถึงอันตรายของภารกิจ เขาเพิ่งเสียทีมงานไป 2 คน จากเฮลิคอปเตอร์ตกเมื่อเดือนที่แล้วขณะเตรียมการดำลงใต้ทะเลครั้งนี้

ภารกิจครั้งนี้ของคาเมรอนเป็นการทำงานร่วมกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก โซไซตี ซึ่งจะรายงานความคืบหน้าให้สาธารณชนได้ทราบกันด้วย และยังเปิดเว็บไซต์ deepseachallenger.com ให้คุณได้ติดตามความลึกต่อความลึกเลยครับ

คาเมรอนนั้นคลั่งการสำรวจใต้ทะเลมาตั้งแต่เด็ก หนังที่เขาสร้างก็ยังเกี่ยวข้องกับการลงไปในใต้ทะเลลึกด้วย เช่น The Abyss (1989), Titanic (1997) และยังรวมถึงหนังสารคดีใต้ทะเลมากมาย อย่าง Bismarck (2002), Ghosts of the Abyss (2003) และ Aliens of the Deep (2005) คาเมรอนเคยดำลงไปสำรวจใต้น้ำด้วยพาหนะมาแล้ว 76 ครั้ง โดย 33 ครั้งเป็นการดำสำรวจซากเรือไททานิก ภาคต่อ Avatar ที่คาเมรอนเตรียมงานสร้างอยู่ก็มีแผนจะพาเราลงไปยังโลกใต้ทะเลของดาวแพนดอร่าด้วย เชื่อว่าเขาคงเอาประสบการณ์จากภารกิจครั้งนี้ไปใช้ในการออกแบบงานสร้างที่จะพาเราลงสู่ใต้ทะเลด้วยเทคนิค 3D ในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน

คาเมรอนพูดถึงความจำเป็นของภารกิจครั้งนี้ว่า “ร่องลึกใต้สมุทรเป็นพรมแดนแห่งสุดท้ายที่ยังไม่ได้รับการสำรวจบนโลกของเรา มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มากมายเต็มไปหมดมากเท่ากับการสำรวจร่วมร้อยปีเลย…เราต้องลงไป เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรอยู่ที่นั่น

คลิกชมคลิปแนะนำภารกิจครั้งนี้ได้ที่ด้านใน

Read more of this post

เซเชอร์ โรแนน เป็นสโนไวท์ ใน Order of the Seven ของดิสนี่ย์

ถ้าสองหนังจากเทพนิยายสโนไวท์ในปีนี้ยังไม่หนำใจคุณ รอชมหนังจากเรื่องราวเดียวกันอีกเรื่องในปีหน้าครับ คราวนี้สร้างโดยค่ายหนังที่เคยสร้างการ์ตูน Snow White and the Seven Dwarfs มาก่อน และได้เซเชอร์ โรแนน มารับบทนำนี้ตามรายงานของวาไรตี้

หนังสโนว์ฉบับใหม่นี้ใช้ชื่อว่า Order of the Seven ซึ่งเหตุการณ์ตามท้องเรื่องจะเป็นฮ่องกงในศตวรรษที่ 19 แทน โรแนนจะรับบทเป็นตัวละครชื่อโอลิเวีย ซินแคลร์ ที่ออกตามหาเจ็ดประหลาดยอดฝีมือให้มาช่วยเธอเอาชนะจักรพรรดินีผู้ชั่วร้ายที่ยึดครองอาณาจักรของเธอ ทั้งเจ็ดจะมีความสามารถในการต่อสู้แตกต่างกันไป และตามรายงานบอกว่าดิสนี่ย์มองหานักแสดงจากทั้งจีน, ญี่ปุ่น และรัสเซีย มารับบท

ดิสนี่ย์มีแผนจะสร้างหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2005 ก่อนหนังสโนไวท์สองเรื่องที่ออกฉายในปีนี้ด้วยซ้ำ แต่โครงการหนังมีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงมาตลอด ตอนเริ่มต้นโครงการใหม่ๆ ดิสนี่ย์วางแผนให้หยวนหวูปิงมากำกับ และสโนไวท์ต้องไปฝึกยุทธกับเจ็ดหลวงจีนเส้าหลินซึ่งต่างจากฉบับปัจจุบันนี้ที่หวูปิงไม่ได้มาเป็นผู้กำกับแล้ว แต่เป็นไมเคิล แกรซี ผู้กำกับหน้าใหม่จากวงการโฆษณา มารับหน้าที่กำกับแทนครับ

จอร์จ ลูคัส เตรียมลาขาดจากหนังฟอร์มใหญ่หลังจาก Red Tails

Red Tails หนังแอ็คชั่นสมรภูมิเวหาของฝูงบินทัสคีจี จะเป็นหนังฟอร์มใหญ่เรื่องสุดท้ายของจอร์จ ลูคัส นักสร้างหนังวัย 67 ปีครับ ตามที่ให้สัมภาษณ์แก่ New York Times

ผมกำลังถอนตัวออกจากวงการ ออกจากบริษัท ออกจากอะไรทั้งหมดนี้” ลูคัสเปิดเผย แต่ก็ระวังคำพูดอย่างดีเพื่อหาทางออกให้ตัวเองเมื่อถูกถามว่าแล้วจะไม่สร้าง Indiana Jones IV หรือ Star Wars ภาคใหม่หรือ “ผมจะสร้างหนังพวกนี้อีกทำไมในเมื่อใครๆ ต่างพากันด่าเราตลอดเวลา และบอกว่าเราจะเป็นแย่ขนาดไหน

ลูคัสยังได้ตอบโต้แฟนบอยที่โจมตีเขาเรื่องที่เขาเปลี่ยนแปลงบางฉากใน Star Wars ฉบับพิเศษที่ออกจำหน่ายเป็นบลูเรย์เมื่อเร็วๆ นี้ด้วยว่า “บนอินเตอร์เนต เป็นพวกเดิมที่บ่นว่าผมเปลี่ยนแปลงหนังแล้วเหมือนเปลี่ยนหนังทั้งเรื่อง ผมขอบอกเลยว่าตามใจ แต่มันเป็นหนังของผม มีชื่อของผมติดอยู่ และบอกว่าผมเป็นคนสร้างมัน และมันต้องเป็นตามที่ผมอยากให้เป็น

ริค แม็คแคลลัม ผู้อำนวยการสร้างที่ร่วมงานกับเขาและหุ้นส่วนทางธุรกิจให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงเรื่องนี้แก่ Collider ว่า เมื่อเสร็จสิ้นจาก Red Tails ลูคัสจะเจริญรอยตามฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า นั่นก็คือการทำหนังนอกกระแสฟอร์มเล็ก หนังทดลอง หรือหนังศิลปะครับ “Red Tails เป็นหนังเรื่องสุดท้ายของทั้งหมดที่เขาบอกว่าเขาอยากสร้าง เขาเริ่มต้นกับมันเมื่อ 23 ปีก่อน และตอนนี้เขาก็บรรลุทุกอย่างที่ตั้งใจไว้แล้ว ซึ่งมีนักสร้างหนังไม่กี่คนที่ได้มีโอกาสทำแบบนี้

Red Tails หนังที่ลูคัสอ้างว่าจะเป็นหนังฟอร์มใหญ่เรื่องสุดท้ายของบเขา จะเข้าฉายในสหรัฐสุดสัปดาห์นี้ครับ และยังไม่มีกำหนดแน่ชัดสำหรับในบ้านเรา

11 หนังแห่งปี 2011 ของผู้กำกับเควนติน ตารันติโน

เมื่อปีที่แล้ว ผู้กำกับเควนติน ตารันติโน ได้เผยรายชื่อหนังแห่งปีออกมา และ Toy Story 3 เป็นหนังอันดับ 1 แห่งปี 2010 ของเขา ส่วน 2011 ปีล่าสุด หนังที่อยู่อันดับ 1 แห่งปีของเขาก็คือ Midnight in Paris ของผู้กำกับวู้ดดี้ อัลเลน ครับ ตามรายงานของ Tarantino Archives ( via indiewire ) ครับ

นอกจาก Midnight in Paris ในอันดับรองลงมาก็คือ Rise of the Planet of the Apes ซึ่งเห็นชัดว่าตารันติโนไม่ได้ชอบแต่หนังนอกกระแสอย่างเดียว หนังซูเปอร์ฮีโร่อย่าง X-Men: First Class ก็อยู่ในรายชื่อด้วย แต่บางเรื่องอาจดูจะเป็นความชอบส่วนตัว เช่น The Three Musketeers เป็นต้น

มีหนังบางเรื่องของค่ายไวน์สไตน์ที่อยู่ในโผว่าควรได้รับพิจารณา แต่ยังไม่ติดกลุ่ม 11 เรื่องแรก เช่น My Week with Marilyn และ The Iron Lady อาจทำให้คนมองว่าเพราะเป็นค่ายเดียวกันรึเปล่า จึงแอบมีใจให้เป็นพิเศษ แต่ก็ไม่มีใครรู้เหตุผลครับ

นอกจากรายชื่อหนังแห่งปีแล้ว ยังมีตำแหน่งอื่นๆ ที่ตารันติโตเผยออกมาด้วย เช่นบทดัดแปลงแห่งปี, บทดั้งเดิมแห่งปี, ผู้กำกับแห่งปี, และหนังยอดแย่แห่งปีครับ

ตารันติโนจะมีผลงานเรื่อง Django Unchained ออกฉายในสหรัฐธันวาคมนี้ คลิกดูโผทั้งหมดด้านในครับ

Read more of this post

4 ผู้กำกับรุ่นเก๋า กับ 1 ผู้กำกับใหม่ ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลของสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์

สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์แห่งสหรัฐได้ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลของสมาคมครั้งที่ 64 หรือ DGA Award ออกมาแล้วครับเมื่อคืนนี้ตามเวลาของบ้านเรา ซึ่งปรากฏว่ามีผู้กำกับรุ่นเก๋าได้เข้าชิงถึง 4 ท่าน โดยมีหน้าใหม่เพียงคนเดียวเท่านั้นนั่นก็คือมิเชล ฮาซานาวิเชียส ผู้กำกับชาวฝรั่งเศสวัย 44 ปี จาก The Artist ซึ่งไม่เพียงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงเป็นครั้งแรก แต่ยังเป็นผู้กำกับหนังเงียบเรื่องแรกที่ได้เข้าชิงรางวัลนี้ด้วย

ส่วนอีก 4 ผู้กำกับที่ได้เข้าชิงนั้น สองท่านแรกเป็นรุ่นลายคราม เคยทั้งได้รางวัลและได้เข้าชิงมาก่อน ประกอบด้วยวู้ดดี้ อัลเลน ผู้กำกับวัย 76 ปี ได้เข้าชิงจาก Midnight in Paris ซึ่งเคยได้รางวัลนี้มาก่อนเมื่อ 34 ปีที่แล้ว จาก Annie Hall และเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงจาก Manhattan, Hannah and Her Sisters, Crime and Misdemeanors และเคยได้รับรางวัลเกียรติยศความสำเร็จทางอาชีพของ DGA เมื่อปี 1996

ส่วนอีกท่านคือมาร์ติน สกอร์เซเซี ผู้กำกับวัย 69 ได้เข้าชิงจากหนังที่เป็นจดหมายรักถึงการทำหนังของเขาเรื่อง Hugo เคยได้รับรางวัล DGA มาก่อนจาก The Departed เมื่อ 5 ปีที่แล้ว และเคยได้ในสาขาทางทีวีจาก Boardwalk Empire เมื่อปีที่แล้ว ครั้งนี้เป็นการได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในสาขาภาพยนตร์เป็นครั้งที่ 9 ของสกอร์เซซี ปีที่แล้ว DGA เพิ่งมอบรางวัลพิเศษ The Filmmaker Award ให้สกอร์เซซีและเป็นคนแรกที่ได้รางวัลนี้ สกอร์เซซียังเคยได้รางวัลเกียรติยศความสำเร็จทางอาชีพเมื่อปี 2003 ด้วยครับ

สองคนหลังที่ได้เข้าชิงรางวัล DGA ในปีนี้ ก็เป็นคนที่เคยได้เข้าชิงมาก่อน แต่ยังไม่เคยได้รางวัลในสาขาการกำกับภาพยนตร์ นั่นก็คืออเล็กซานเดอร์ เพย์น ผู้กำกับวัย 50 ได้เข้าชิงจาก The Descendants เพย์นเคยเข้าชิงรางวัลนี้มาจาก Sideways อีกคนก็คือเดวิด ฟินเชอร์ ผู้กำกับวัย 49 ได้เข้าชิงในปีนี้อีกครั้งจาก The Girl with the Dragon Tattoo ฟินเชอร์เคยเข้าชิงมาก่อน 2 ครั้ง จาก The Curious Case of Benjamin Button และ The Social Network

ผู้ได้รับรางวัลของ DGA เป็นเครื่องบ่งชี้ได้ดีที่สุดว่าจะเป็นผู้ได้รับรางวัลออสการ์ครับ เพราะมีเพียง 6 ครั้งเท่านั้นตั้งแต่จัดมาที่ไม่ตรงกับออสการ์ ครั้งล่าสุดก็คือ 9 ปีก่อน ที่ร็อบ มาร์แชล ได้รางวัล DGA จาก Chicago ซึ่งในปีนั้น ออสการ์มอบรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมให้โรมัน โปลันสกี้ จาก The Pianist

การประกาศรางวัลจะมีขึ้นในวันที่ 28 มกราคมครับ

ชมหนังโฆษณา Yves Saint Laurent ของผู้กำกับ ผู้เขียนบท และนักแสดง จาก Black Swan

ก่อนเริ่มงานเรื่องถัดไป ผู้กำกับแดเรน แอรอนอฟสกี้ พักรับงานเล็กๆ ด้วยการกำกับหนังโฆษณาน้ำหอมผู้ชายให้ Yves Saint Laurent ครับ และพาผู้ร่วมงานหน้าเดิมจากหนังเข้าชิงออสการ์ Black Swan มาร่วมงานครั้งนี้ด้วย นั่นก็คือวินเซนต์ แคสเซล นักแสดงที่รับบทเป็นหัวหน้าคณะบัลเลต์มารับบทเอกในหนังโฆษณาตัวนี้ และยังชวนแอรี แฮนเดล(The Fountain) และ มาร์ค เฮย์แมน (Black Swan, The Wrestler) มือเขียนบทคู่ใจมาช่วยเขียนบทให้

ตัวหนังโฆษณาออนไลน์ให้ชมกันแล้วครับ ยาว 2 นาที นิดๆ บอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มนักรักที่หว่านเสน่ห์ให้สาวหลงไปทั่วที่บทลงเอยมีการพลิกผันเล็กน้อยพอมีเสน่ห์ มีฉากเป็นกรุงปารีส และมีคลินท์ แมนเซลล์ มาทำดนตรีประกอบให้

คลิกชมได้ที่ด้านในครับ

Read more of this post

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 7,918 other followers